จำนวนผู้เข้าชม

วันเสาร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2562



บันทึกการเรียนครั้งที่ 8
วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2562

ความรู้ที่ได้รับ

          ในการเรียนการสอนสำหรับวันนี้อาจารย์ได้ให้นักศึกษาเรียนรวมกันทั้ง 2 เซคซึ่งวันนี้อาจารย์ให้แต่ละกลุ่มที่แบ่งกันไว้ในการทำสื่อการเรียนรู้คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย ได้มาเอาอุปกรณ์การทำสื่อของแต่ละกลุ่มที่อาจารย์ได้เตรียมไว้และได้อธิบายเพิ่มเติมของแต่ละกลุ่มว่าควรใช้อะไรบ้าง อย่างเช่น 



-กระดาษขาวเทา ( แผ่นใหญ่ ) 
-กระดาษสี (  แบบแข็ง ) 
-ฟิวเจอร์บอร์ด    
-สติ๊กเกอร์ติดขอบ 
-ไหมพรม  
-สีเมจิก ( สีแดง  สีดำ )  
-ของตกแต่งต่างๆ 
-กระดาษร้อยปอนด์
-แม่เหล็ก 
-ตีนตุ๊กแก 
-กาว
 -สติ๊กเกอร์แผ่นใส





         การให้อุปกรณ์ของแต่ละกลุ่มอาจารย์ได้พูดแต่ละอย่างแล้วให้ตัวแทนกลุ่มได้ออกไปเอาอุปกรณ์ซึ่งบางอย่างอาจจะไม่มี อาจารย์ได้สั่งเพิ่มให้ กำหนดการส่งสื่อการเรียนรู้คณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย วันศุกร์ ที่ 22  มีนาคม พ.ศ.2562 พร้อมทั้งออกมานำเสนอ ทั้ง เซค ทุกอย่างต้องเตรียมมาให้พร้อม

         อาจารย์ได้อธิบายการทำสื่อแล้วมีการเก็บรูปภาพไปใส่ใน BLOGGER  จะมีหัวข้อ ดังนี้

1.อุปกรณ์
2.วัตถุประสงค์
3.ขั้นตอนวิธีการทำ

       ความรู้เพิ่มเติม

   การสอนเด็กปฐมวัยอย่าเริ่มต้นสอนด้วยแบบฝึกหัด ทำสิ่งที่เป็นนามธรรม ไม่เหมาะสมกับเด็ก

 การพัฒนาเด็กปฐมวัยต้องพัฒนารูปธรรมไปสู่นามธรรม ต้องผ่านขั้นอนุรักษ์

  ถ้าเด็กผ่านขั้นอนุรักษ์แสดงว่าเด็ก ตอบได้โดยใช้เหตุผล


บรรยากาศในห้องเรียน







    คำศัพท์ 

1.Device                               อุปกรณ์
2.Objective                          วัตถุประสงค์
3.Step                                  ขั้นตอน
4.Magnet                             แม่เหล็ก
5.Design                              การออกแบบ
6.Learning  media               สื่อการเรียนรู้
7.Abstract                           นามธรรม
8.Concrete                          รูปธรรม
9.Exercise                           แบบฝึกหัด
10.Picture                           รูปภาพ

การประเมิน

ประเมินตนเอง : ตั้งใจฟังที่อาจารย์พูดและบอก ชื่อสิ่งของที่ต้องการ
ประเมินเพื่อน : ช่วยเหลือกัน มีความแบ่งปัน
ประเมินอาจารย์ : ให้คำแนะนำในการทำสื่อ และแจกอุปกรณ์


บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่  7
วันศุกร์ที่ 8 มีนาคม 2562
ความรู้ที่ได้รับ
อาจารย์ได้ทบทวนความรู้  เรื่องทักษะคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย และถามเราเพื่อให้ทดสอบความเข้าใจที่เราได้เรียนกันไป เช่น
การเล่น คืออะไร?
การเล่น เป็นวิธีการที่ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ โดยเด็กจะเกิดการเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 โดยเป็นเครื่องมือที่จะทำให้เกิดการเรียนรู้ ซึมซับ ซึ่งประสาทสัมผัสทั้ง 5 จะทำงานสัมพันธ์กับการทำงานของสมอง ซึ่งจะเป็นไปตามลำดับขั้นตอน
การทำงานของสมอง
ลงมือกระทำโดยผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5
เกิดการเรียนรู้
↓ 
การซึมซับ
เกิดความรู้ใหม่
เพื่อการอยู่รอด
การอนุรักษณ์

ทฤษฎีของจอห์น เพียเจต์


เพียเจต์ (Piaget) ได้ศึกษาเกี่ยวกับ พัฒนาการทางด้านความคิดของเด็กว่ามีขั้นตอนหรือกระบวนการอย่างไร ทฤษฎีของเพียเจต์ตั้งอยู่บนรากฐานของทั้งองค์ประกอบที่เป็นพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม เขาอธิบายว่า การเรียนรู้ของเด็กเป็นไปตามพัฒนาการทางสติปัญญาซึ่งจะมีพัฒนาการไปตามวัยต่างๆเป็นลำดับขั้น พัฒนาการเป็นสิ่งที่เป็นไปตามธรรมชาติไม่ควรที่จะเร่งเด็กให้ข้ามจากพัฒนาการจากขั้นหนึ่งไปสู่อีกขั้นหนึ่ง เพราะจะทำให้เกิดผลเสียแก่เด็ก แต่การจัดประสบการณ์ส่งเสริมพัฒนาการของเด็กในช่วงที่เด็กกำลังจะพัฒนาไปสู่ขั้นที่สูงกว่าสามารถช่วยให้เด็กพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว
              อย่างไรก็ตามเพียเจต์เน้นความสำคัญของการเข้าใจธรรมชาติและพัฒนาการของเด็กมากกว่าการกระตุ้นเด็กให้มีพัฒนาการเร็วขึ้น
             เพียเจต์สรุปว่า พัฒนาการของเด็กสามารถอธิบายได้โดยลำดับระยะพัฒนาทางชีววิทยาที่คงที่แสดงให้ปรากฏโดยปฏิสัมพันธ์ของเด็กกับสิ่งแวดล้อม

หลักพัฒนาการตามแนวคิด
       เพียเจต์ ให้ชื่อการพัฒนาการของเด็กวัยรุ่นหรือวัยมัธยมศึกษาว่า Formal Operation สามารถคิดได้แบบผู้ใหญ่ คือ
       -      คิดในสิ่งที่เป็นนามธรรมได้       
       -      มีความสนใจในปรัชญาชีวิต ศาสนา อาชีพ
       -      สามารถใช้เหตุผลเป็นหลักในการตัดสินใจ
       -      สามารถคิดเหตุผลได้ทั้งอนุมานและอุปมาน
       -      มีหลักการในการให้เหตุผลของตนเอง เกี่ยวกับความยุติธรรม เสมอภาคและมีมนุษยธรรม

ทฤษฎีการเรียนรู้
ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ มีสาระสรุปได้ดังนี้
                พัฒนาการทางสติปัญญาของบุคคลเป็นไปตามวัยต่างๆเป็นลำดับขั้น ดังนี้
1.   ขั้นประสาทรับรู้และการเคลื่อนไหว (Sensori-Motor Stage)  เริ่มตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 2 ปี พฤติกรรมของเด็กในวัยนี้ขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวเป็นส่วนใหญ่
2.   ขั้นก่อนปฏิบัติการคิด (Preoperational Stage)  เริ่มตั้งแต่อายุ 2-7 ปี แบ่งออกเป็นขั้นย่อยอีก 2 ขั้น คือ
                - ขั้นก่อนเกิดสังกัป (Preconceptual Thought) เป็นขั้นพัฒนาการของเด็กอายุ 2-4 ปี เป็นช่วงที่เด็กเริ่มมีเหตุผลเบื้องต้น สามารถจะโยงความสัมพันธ์ระหว่างเหตุการณ์2เหตุการณ์ หรือมากกว่ามาเป็นเหตุผล เกี่ยวโยงซึ่งกันและกัน แต่เหตุผลของเด็กวัยนี้ยังมีขอบเขตจำกัดอยู่
                 - ขั้นการคิดแบบญาณหยั่งรู้ นึกออกเองโดยไม่ใช้เหตุผล (Intuitive Thought) เป็นขั้นพัฒนาการของเด็ก อายุ 4-7 ปี ขั้นนี้เด็กจะเกิดความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ รวมตัวดีขึ้น รู้จักแยกประเภทและแยกชิ้นส่วนของ
3.   ขั้นปฏิบัติการคิดด้านรูปธรรม (Concrete Operation Stage)  เริ่มจากอายุ 7-11 ปี พัฒนาการทางด้านสติปัญญาและความคิดของเด็กวัยนี้สามารถสร้างกฎเกณฑ์และตั้งเกณฑ์ในการแบ่งสิ่งแวดล้อมออกเป็นหมวดหมู่ได้
4.   ขั้นปฏิบัติการคิดด้วยนามธรรม (Formal Operational Stage)   เริ่มจากอายุ 11-15 ปี ในขั้นนี้พัฒนาการทางสติปัญญาและความคิดของเด็กวัยนี้เป็นขั้นสุดยอด คือเด็กในวัยนี้จะเริ่มคิดแบบผู้ใหญ่ ความคิดแบบเด็กจะสิ้นสุดลง เด็กจะสามารถที่จะคิดหาเหตุผลนอกเหนือไปจากข้อมูลที่มีอยู่
              พัฒนาการทางการรู้คิดของเด็กในช่วงอายุ 6 ปีแรกของชีวิต ซึ่งเพียเจต์ ได้ศึกษาไว้เป็นประสบการณ์สำคัญที่เด็กควรได้รับการส่งเสริม มี 6 ขั้น ได้แก่
1. ขั้นความรู้แตกต่าง (Absolute Differences) เด็กเริ่มรับรู้ในความแตกต่างของสิ่งของที่มองเห็น
2. ขั้นรู้สิ่งตรงกันข้าม (Opposition) ขั้นนี้เด็กรู้ว่าของต่างๆ มีลักษณะตรงกันข้ามเป็น 2 ด้าน เช่น มี-ไม่มี หรือ เล็ก-ใหญ่
3. ขั้นรู้หลายระดับ (Discrete Degree) เด็กเริ่มรู้จักคิดสิ่งที่เกี่ยวกับลักษณะที่อยู่ตรงกลางระหว่างปลายสุดสอง ปลาย เช่น ปานกลาง น้อย
4. ขั้นความเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง (Variation) เด็กสามารถเข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่างๆ เช่น บอกถึงความเจริญเติบโตของต้นไม้
5. ขั้นรู้ผลของการกระทำ (Function) ในขั้นนี้เด็กจะเข้าใจถึงความสัมพันธ์ของการเปลี่ยนแปลง
6. ขั้นการทดแทนอย่างลงตัว (Exact Compensation) เด็กจะรู้ว่าการกระทำให้ของสิ่งหนึ่งเปลี่ยนแปลงย่อมมีผลต่ออีกสิ่งหนึ่งอย่างทัดเทียมกัน

กระบวนการทางสติปัญญามีลักษณะดังนี้
1. การซึมซับหรือการดูดซึม (assimilation) เป็นกระบวนการทางสมองในการรับประสบการณ์ เรื่องราว และข้อมูลต่าง ๆ เข้ามาสะสมเก็บไว้เพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป
2. การปรับและจัดระบบ (accommodation) คือ กระบวนการทางสมองในการปรับประสบการณ์เดิมและประสบการณ์ใหม่ให้เข้ากันเป็น ระบบหรือเครือข่ายทางปัญญาที่ตนสามารถเข้าใจได้ เกิดเป็นโครงสร้างทางปัญญาใหม่ขึ้น
3. การเกิดความสมดุล (equilibration) เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นจากขั้นของการปรับ หากการปรับเป็นไปอย่างผสมผสานกลมกลืนก็จะก่อให้เกิดสภาพที่มีความสมดุลขึ้น หากบุคคลไม่สามารถปรับประสบการณ์ใหม่และประสบการณ์เดิมให้เข้ากันได้ ก็จะเกิดภาวะความไม่สมดุลขึ้น ซึ่งจะก่อให้เกิดความขัดแย้งทางปัญญาขึ้นในตัวบุคคล

คำศัพท์
1.      Assimilation                     การซึมซับหรือการดูดซึม
2.      Equilibration                    ความสมดุล
3.      Recreation                       การเล่น
4.      Learning                          การเรียนรู้
5.      Conservation                   การอนุรักษ์
6.      Opposition                       สิ่งตรงกันข้าม
7.      Function                           การกระทำ
8.      Accommodation              การจัดระบบ
9.      Behavior                          พฤติกรรม
10. Metamorphism                 การเปลี่ยนแปลง

ประเมินตนเอง : ตั้งใจฟังที่อาจารย์ และตอบคำถามประเมินเพื่อน : ช่วยเหลือกันตอบคำถามและร่วมแสดงความคิดเห็น
ประเมินอาจารย์ : อาจารย์ได้อธิบายและทำให้เข้าใจมากขึ้น





บันทึการเรียนครั้งที่ 6
วันศุกร์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2562

ความรู้ที่ได้รับ
กิกรรมที่ 1 นำเสนอการจัดประสบการณ์ทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
    ในการเรียนการสอนสำหรับวันนี้อาจารย์ให้แต่ละกลุ่มออกมานำเสนอการจัดประสบการณ์ทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย เนื่องจากได้ทำเป็น Mapping เป็นงานกลุ่มทำเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งหัวข้อที่จะนำเสนอคือ 
 1.กิจกรรม  เป็นกิจกรรมหรือการเล่นที่จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการของเด็ก
 2.สื่ิอ คือตัวช่วยดำเนินการที่ทำใหกิจกรรมสุขและง่ายขึ้นเช่น นิทาน เพลง 
 3.เทคนิค คือวิธีการอนที่จะทำให้เด็กเข้าใจง่าย





    หลังจากแต่ละกลุ่มนำเสนอเสร็จอาจารย์ได้แสดงความคิดเห็นว่าต้องปรับอย่างไรบ้าง แต่ละกลุ่มออกมานำเสนอมีเนื้อหาทีไม่ค่อยตรงประเด็นที่อาจารย์ได้มอบหมายให้ไปหาข้อมูล เราสามรถนำสิ่งที่อาจารย์ได้แนะนำไปปรับใช้ได้ในงานชิ้นต่อไป 

วิธีการนำเสนอ

  การออกมานำเสนอต้องแนะนำสมาชิกในกลุ่ม เริ่มจาก " เรียนอาจารย์ที่เคารพและสวัสดีเพื่อนๆทุกคน กลุ่มของดิฉันจะออกมานำเสนอ... มีสมาชิกในกลุ่ม ดังนี้ ( ถ้าคนที่พูดแนะนำชื่อเพื่อนอยู่ด้านขวาพูดว่า ซ้ายมือสุดของดิฉันชื่อนางสาว ลำดับต่อมา ลำดับต่อมา ไปเรื่อยๆจนถึงชื่อตนเอง  

กิจกรรมที่ 2 การปั้นรูปทรงจากดินน้ำมัน
   
  อาจารย์ได้ให้อุปกรณ์มาทำกิจกรรม มีดังนี้
1.กระดาษขาวเทา ( แบบแข็ง )
2.กรรไกร
3.ดินน้ำมัน
4.ไม้จิ้มฟัน

 หลังจากนั้นอาจารย์ให้นั่งเป็นครึ่งวงกลมเพื่อที่จะเห็นหน้ากันทุกคน




วิธีการปฎิบัติกิจกรรม

     การตัดกระดาษขาวเทา ( แบบแข็ง )เป็นชิ้นเล็กๆขนาด 3x3 นิ้ว คนละ 1 แผ่น 





     ปั้นดินน้ำมันเป็นรูปทรงอะไรก็ได้ให้เกิดเป็นรูป 2 มิติ วางไว้บนกระดาษ หนูได้ปั้นเป็นรูปวงกลม อาจารย์ให้บอกของแต่ละคนว่าปั้นเป็นรูปทรงอะไรบ้าง




    อาจารย์ให้ทุกคนปั้นดินน้ำมันโดยใช้ความคิด ทำอย่างไรให้เป็นรูปทรง 3 มิติโดยใช้ไม้จิ้มฟัน ให้ต่อเนื่องกับที่ตนเองได้ทำรูป 2 มิติ ซึ่งของหนูไม่สามรถทำเป็นสามมิติเหมือนรูปเรขาอืนๆเพราะวงกลมไม่มีด้านและมุมเหมือนเรขาอื่น








จัดกิจกรรมคือ ไม้จิ้มฟัน ดินน้ำมัน เทคนิค คือ การทำรูปทรงให้เป็น 2 มิติแล้วทำต่อเป็น 3 มิติ
   


กิจกรรมที่ 3 การคิดจัดประสบการณ์ทางคณิตศาสตร์ด้วยป้ายชื่อ

  อาจารย์ให้ออกแบบป้ายชื่อของตนเอง โดยการตัดกระดาษขาวเทา ขนาดกว้าง 1 นิ้ว ยาว 3 นิ้ว เขียนชื่อตัวอักษรแล้วให้เราออกแบบเอง ตกแต่งให้สวยงาม


   อาจารย์ให้คิดวิเคาระห์ว่า เรามีสื่อคนละ 1 ชิ้น คือป้ายชื่อของตนเองสามารถจัดกิจกรรมอะไรได้บ้างให้เด็กได้ประสบการณ์ทางคณิตศาสตร์ซี่งอาจารย์ให้ช่วยกันคิดจากแผ่นป้าย 

กิจกรรมที่ 1 สำรวจการมาเรียนของเด็ก

  การแยกแผ่นป้ายสีฟ้าเป็นผู้ชาย สีชมพูเป็นผู้หญิง เด็กสามรถนำป้ายชื่อของตนเองไปติด เรียงลำดับลงมา เด็กได้เรื่องคณิตศาสตร์เกี่ยวกับการจำแนก จัดหมวดหมู่ โดยใช้สี มีเกณฑ์ คือ เพศหญิง เพศชาย การเรียงลำดับสะท้อนจากเรื่องเวลา ได้เรื่องของการนับ บอกจำนวน ลำดับที่และการติดตัวเลข เช่น ติดลำดับ 1-8 ติดแค่เลข 8 ตัวเดียวมีความแตกต่าง การเปรียบเทียบมากกว่า น้อยกว่า
  การเป็นครูเราต้องแปลงเรื่องยากๆให้เป็นเรื่องง่ายๆ ทำเรื่องนามธรรมให้เป็นรูปธรรมสามารถดูง่าย


  คำศัพท์
1.Presentation           การนำเสนอ
2.Clay                   ดินน้ำมัน
3.Toothpick              ไม้จิ้มฟัน
4.Shape                  รูปทรง
5.Circle                 วงกลม
6.Oval                   วงรี
7.Cylinder               ทรงกระบอก
8.Structure              โครงสร้าง
9.Creative activities    กิจกรรมสร้างสรรค์
10.Design                ออกแบบ


การประเมิน

ประเมินตนเอง วันนี้ได้ออกไปนำเสนอหน้าห้องเรียนทำให้ตนเองกล้าแสดงออกมากขึ้นและเห็นถึงความร่วมมือของเพื่อนๆในกลุ่ม ได้คิดในเรื่องของการปั้นอย่างไรให้เป็นรูป 3 มิติและคิดกิจกรรมเกี่ยวกับป้ายชื่อ

ประเมินเพื่อนร่วมห้อง เพื่อนๆให้ความร่วมมือดีมากในเรื่องของงานกลุ่มและตั้งใจฟังคำสั่งของอาจารย์ว่าอาจารย์ให้ทำอะไรบ้างได้ช่วยกันคิด

ประเมินอาจารย์ อาจารย์ให้นักศึกษาช่วยกันคิดเป็นสิ่งที่ดีมาก มีคำพูดกระตุ้นให้คิดทำให้นักศึกษาได้ความรู้ที่หลากหลาย